การเตรียมรถเพื่อใช้เดินทางไกล

จะต้องมีการตรวจสอบดังนี้

  1. ยางต้องเป็นยางที่อยู่ในสภาพที่ดีและสิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือยางอะไหล่ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ
  2. เบรกต้องมีความสมบูรณ์และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรตรวจเช็คน้ำมันเบรก จานเบรก ปั้มลมและควรมีน้ำมันเบรกสำรองไว้ด้วยก็ดี
  3. น้ำในหม้อน้ำให้อยู่ในระดับมาตรฐานเสมอ
  4. น้ำกลั่นในหม้อน้ำแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่กำหนดไว้ ควรมีน้ำสำรองเก็บไว้ด้วย
  5. กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้านและกระจกมองหลังให้อยู่ในสภาพที่มองเห็นได้ชัดเจน
  6. น้ำมันเครื่องควรตรวจสอบว่าขาดหรือพร่องไปหรือเปล่า ควรเติมให้ถึงขีดมาตรฐาน และควรมีสำรองติดรถเอาไว้
  7. น้ำมันเชื้อเพลิงควรเติมให้เต็มและควรคาดคะเน ตามเข็มของน้ำมัน และจำเป็นต้องเติมในจุดที่เหมาะสม
  8. เครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่างๆ
  9. เครื่องมือพยาบาลติดเอาไว้เผื่อฉุกเฉินหรือในกรณีเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย

ข้อควรปฏิบัติ
ควรแจ้งหมายกำหนดการ ของผู้ที่อยู่ทางบ้าน และปลายทางให้ทราบเสมอ เมื่อต้องการเดินทางไกล เพื่อตรวจเช็ค เมื่อมีเหตุ หรือเห็นว่าผิดปกติเมื่อมีการล่าช้า กว่ากำหนด และเมื่อถึงปลายทางแล้ว ควรแจ้งให้ทางบ้านทราบด้ว

ข้อเตือนใจ

  1. ถ้าเส้นทางใดท่านไม่คุ้นเคยหรือต้องเดินทางตามลำพังในที่เปลี่ยว ไม่ควรไปในเส้นทางนั้น
  2. อย่าหยุดรถหรือแวะรับคนข้างทางในที่เปลี่ยวโดยไม่จำเป็น
  3. คนร้ายอาจจะแกล้งขับรถชนท้ายรถท่านเพื่อให้ลงมาเจรจา แล้วใช้อาวุธปืนจี้ ปล้น ไม่ควรหยุดรถแต่ควรเดินทางต่อไปเล็กน้อย จนถึงป้อมตำรวจ
  4. ศึกษาเส้นทงให้ละเอียด หรือสอบถามเส้นทางจากชาวบ้านให้ละเอียด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลา เดินทางย้อนกลับทางเดิม

ข้อเตือนใจเมื่อต้องขับรถทางไกล
การแซงรถข้อควรระวัง ควรปฏิบัติตามกฎจราจรเสมอ

  1. ไม่ควรแซงตรงทางแยก
  2. ไม่ควรแซงรถบนเนินเขา
  3. ไม่ควรแซงบนทางโค้ง
  4. ไม่ควรแซงบนสะพาน

ควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เมื่อกระจกแตกเมื่อถูกก้อนหินก้อนกรวดกระเด็นมาถูกกระจกแตก ข้อควรปฏิบัติมีดังนี้

  1. ชะลอความเร็วของรถ แล้วเข้าข้างทางทันทีถ้าเป็นกระจก 2 ชั้นก็ยังพอจะขับต่อไปได้
  2. ทุบกระจกรถเก่าออกให้หมด แล้วโกยเศษแก้วออกมาให้มากที่สุด
  3. เมื่อต้องการจะขับรถต่อไปอีกให้ไขกระจกข้างขึ้นจนมิด เพื่อป้องกันอาการร่อนของรถบนถนน

* ในกรณีสุนัขวิ่งตัดหน้าถ้าชะลอไม่ทัน ให้ส่งขึ้นสวรรค์ไปเลย มิฉะนั้นรถอาจเสียหลักได้ถ้ากรณีที่เป็นสัตว์ใหญ่ไม่ควร บีบแตร เพราะจะทำให้สัตว์เหล่านั้นตกใจได้

*ในกรณีหม้อน้ำรั่วถ้าหาอู่ไม่ได้ ให้ใช้วิธีการ โดยนำเอาสบู่ มาอุดรูไว้ก่อนเติมน้ำจนเต็ม แล้วขับไปให้อู่ซ่อมแซม

* ยางระเบิดเมื่อยางระเบิดกะทันหัน ต้องพยายามถือพวงมาลัยไว้ ให้มั่นคง และพยายามบังคับรถเข้าข้างทางอย่างปลอดภัย และไม่ควรใช้เบรก อย่างกะทันหัน เพราะจะทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ ควรใช้เกียร์ เป็นตัวชะลอความเร็ว โดยเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำทันที

  1. กรณียางระเบิดที่ล้อหลังท้ายรถจะส่ายควรถือพวงมาลัยให้มั่นคง และรักษาทิศทางให้ตรง ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ พยายามย้ำเบรกหลายๆ ครั้ง ติดกัน เพื่อให้น้ำหนัก ตกอยู่ข้างล้อ ที่ใช้งานได้
  2. กรณียางระเบิดที่ล้อหน้าพยายามจับพวงมาลัยให้มั่นคง ใช้เบรกให้เบาที่สุด ถ้าแฉลบไปทางใด ต้องคืนพวงมาลัยกลับมา ให้ตรงทิศทางจนกว่าจะนำเข้าข้างทางเรียบร้อย

* เมื่อคันเร่งน้ำมันค้างกรณีนี้ให้ใช้เบรกช่วย โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคลัตช์ เพราะเมื่อเหยียบคลัตช์จะทำให้รอบเครื่องยนต์ สูงขึ้นทันที อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้จะใช้คลัตช์ในกรณีที่ เปลี่ยนเกียร์เท่านั้น และเมื่อลดความเร็วลงมาอยู่ในอัตราที่ปลอดภัยแล้ว ใช้ปลายเท้า สอดเข้าไปใต้คันเร่ง แล้วงัดขึ้นมาถ้าคันเร่งไม่ขึ้น ก็พยายามนำรถเข้าข้างทาง แล้วปิดสวิตช์การทำงานทันที
ข้อควรระวังการปิดสวิตช์กุญแจควรปิดไว้ที่ตำแหน่ง OFF อย่าปิดที่ LOCK เพราะจะทำให้พวง มาลัยทำงานไม่ได้

* กรณีฝากระโปรงรถเปิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุฝากระโปรงเปิดจนปิดกระจกบังลมหน้า การแก้ไขควรชะลอและมองดูรถคันหลังด้วยว่ากระชั้นชิด หรือไม่ อย่าหยุดรถกระทันหันเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นำรถเข้าข้างทาง แล้วปิดให้เรียบร้อย

* ความร้อนขึ้นสูงผิดปกติให้รีบลดความเร็ว แล้วนำรถเข้าข้างทาง ตรวจดูรอยรั่วของหม้อน้ำและข้อต่อต่างๆ สายพาน ถ้าพอมีน้ำให้ใช้น้ำราดลงหม้อน้ำได้เลย แต่ถ้ามีน้ำไม่พอคอยให้เครื่องเย็น แล้วจึงเติมน้ำลงในหม้อน้ำ

* ที่ปัดน้ำฝนไม่ทำงานพยายามนำรถเข้าหาอู่ หรือถ้าฝนตกหนักควรจอดพักดีกว่า

* กรณีรถสตาร์ทไม่ติด(เกิดจากแบตเตอรี่ไม่มีไฟ)

  1. พยายามลาก หรือเข็น แล้วสตาร์ทกระตุก โดยให้ใช้เกียร์ 2 เหยียบคลัตช์ เมื่อความเร็วได้ที่ ปล่อยคลัตช์ แล้วเหยียบคันเร่ง
  2. ใช้สายแบตเตอรี่พ่วงกับรถคันอื่นแล้วสตาร์ท